แบบทดสอบสมองคุณเด่นซีกซ้ายหรือซีกขวา คุณเห็นรองเท้านี้เป็นสีอะไร?

แบบทดสอบสมองคุณเด่นซีกซ้ายหรือซีกขวา คุณเห็นรองเท้านี้เป็นสีอะไร?
27/10/21 11:22 4,532 ผู้เข้าชม 21 ครั้งที่แชร์

กลายเป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์กันอีกแล้ว กับภาพปริศนา-ถามสีอะไร หลังจากที่ปีก่อนมีรูปภาพชุดเดรสยาว ที่ต้องมาเถียงกันว่าเป็นน้ำเงิน-ดำ หรือขาว-ทอง ... คราวนี้มีในรูปของรองเท้าผ้าใบ ที่หลายคนมองว่ามันเป็นสีเทา คาดด้วยเส้นลายสีเขียว ขณะที่อีกหลายคนก็บอกว่า ไม่ๆๆ มันเป็นสีชมพู แล้วคาดด้วยเส้นสีขาวต่างหาก ... ตกลงว่ามันสีอะไรกันแน่ครับ ?

คนที่ใช้สมองซีกซ้าย เป็นหลัก (Logic) จะเห็นเป็นสี เขียว-เทา

จะควบคุมการแสดงออก การคิดเชิงตรรกกะ มีความเป็นเหตุเป็นผล อาชีพความถนัดของคนที่ใช้สมองซีกซ้ายบ่อยๆ เช่น

  • การพูดโน้มน้าว จิตใจคน
  • การตีความหมาย ของภาษา
  • การวิเคราะห์เวลา และความเสี่ยง
  • อาชีพที่ต้องใช้การคํานวณ บวก ลบ คูณ หาร ตัวเลข
  • การจัดหมวดหมู่ การแยกประเภทสินค้าต่าง ๆ
  • ผู้บริหาร ที่ต้องจัดการวางแผนอย่างมีระบบ
  • งานที่เกียวข้องกับวิทยาศาสตร์
  • นักกีฬา ที่ต้องใช้กล้ามเนื้อแขนและขา
  • อาชีพ ที่ต้องใช้ความแม่นยําสูง เช่น แพทย์ วิศวกร

ลักษณะเฉพาะในบุคคลที่ถนัด ใช้สมองซีกซ้าย คือ ส่วนมากมักถนัดการทํางาน ด้วยมือขวา ข้อเสีย ของการใช้สมองซีกซ้ายเพียงด้านเดียวมากเกินไป คือ อาจเป็นคนที่มีความเครียดสูงอยู่ในตัวเป็นอันตรายต่อสุขภาพได้

คนที่ใช้สมองซีกขวา เป็นหลัก (ศิลปิน) จะเห็นเป็นสี ชมพู-ขาว

จะทํางานในในหน้าที่ ตามแนวทางที่สร้างสรรค์ จินตนาการ อารมณ์ความรู้สึก อาชีพ ความถนัดของคน ที่ใช้สมองซีกขวาบ่อยๆ เช่น

  • ศิลปะแขนงต่าง ๆ
  • งานที่เกี่ยวกับอารมณ์ขัน
  • การใช้ภาษาง่าย ๆ ที่ไม่สลับซับซ้อน
  • การศึกษาความคิด ในเชิงปรัชญา
  • การจัดสวน
  • ความสามารถในงานฝีมือ และงานประดิษฐ์
  • งานที่เกี่ยวข้อง กับความคิดสร้างสรรค์
  • รักการอ่าน การเขียนหนังสือ
  • ประเภทศิลปิน ดารา นักแสดง

ลักษณะเฉพาะในบุคคล ที่ถนัดใช้สมองซีกขวา คือ ส่วนมากมักถนัดการทํางาน ด้วยมือซ้าย ข้อเสีย ของการใช้สมองซีกขวา เพียงด้านเดียวมากเกินไป คือ อาจเป็นคนขาดระเบียบ สื่อสารกับคนอื่นไม่ค่อยเข้าใจ

เกิดอะไรขึ้นกับรองเท้าสีปริศนานี้?

ถ้าเราเอาภาพดังกล่าวไปเข้าโปรแกรมอย่าง Photoshop เพื่อเช็คค่าสี คำตอบที่ได้ กลับเป็นสีเทา-เขียว ? .. แต่ถ้าสังเกตดูดีๆ ที่มือของคนที่ถือรองเท้านั้นไว้ จะเห็นว่าสีของมือมันเพี้ยนๆ ออกไปทางอมเขียว ... และถ้าใครลองปรับสีของมือให้กลับเป็นสีธรรมชาติขึ้น รองเท้ากลับจะมาเป็นสีชมพูตามความเป็นจริงอีกครั้ง

คำสรุปของเรื่องนี้ ที่สีรูปรองเท้าเพี้ยนจากสีชมพู-ขาว มาเป็นสีเทา-เขียวได้ ก็เป็นผลมาจากสภาพแสงที่ไม่ค่อยดีในการถ่ายภาพจากการใช้แฟลชในที่มืด รวมทั้งคุณภาพของกล้องเองที่บันทึกสีเพี้ยนไป

แต่ เอ๊ะ แล้วทำไมบางคนที่เห็นเป็นสีชมพูได้ถูกต้องล่ะ ? ... เรื่องนี้ก็อธิบายได้เหมือนกรณีของชุดเดรสเลยนะ ดังนี้

ดวงตาของเรานั้นมีเนื้อเยื่ออยู่ด้านหลัง ที่เรียกว่า เรติน่า (retina) ซึ่งมีเซลล์รับแสง (photoreceptor) อยู่ เซลล์รับแสงจะส่งสัญญาณผ่านระบบประสาทไปยังสมองเพื่อตีความรูปหรือภาพที่เราเห็น เซลล์รับแสงนั้นมี 2 แบบคือแบบแท่ง (rod) และแบบกรวย (cone) เซลล์รับแสงแบบแท่งจะรับภาพแบบกลางคืน ที่เป็นเฉดของสีเทาและความสว่าง ... ขณะที่เซลล์แบบกรวยจะรับภาพแบบกลางวัน ที่เป็นสีสันต่างๆ โดยเซลล์แบบกรวย จะแบ่งเป็น 3 พวก รับแสงที่ความยาวคลื่นต่างกัน หรือก็คือรับสีต่างกัน คือ รับสีเขียว สีแดง สีฟ้า ซึ่งสมองของเราจะประเมินว่าภาพที่เห็นนั้นเป็นสีอะไร ก็จากการผสมกันของสัญญาณที่มาจากเซลล์ทั้ง 3 พวกนี้

ดังนั้น จากการที่กระบวนการรับสัญญาณของเซลล์รับภาพแบบกรวยในแต่ละคนนั้น มีความแตกต่างกันไป ภาพที่ถ่ายออกมาแล้วมี "ความสว่างต่ำ" และ "การเหลือบของสี" อย่างภาพรองเท้านี้หรือภาพชุดเดรสก่อนหน้านี้ ก็จะทำให้สมองแต่ละคนประมวลผลภาพออกมาต่างกันไปด้วย

โดยถ้าสมองของบางคน ตีความภาพนั้นว่ามีแสงสว่างเพียงพอแล้ว ก็มีแนวโน้มที่จะมองภาพรองเท้าไปเป็นสีเทาคาดเขียว (หรือชุดเดรส เป็นสีน้ำเงิน-ดำ) ขณะที่ถ้าสมองของใคร ตีความว่าภาพนี้ยังมืดเกินไป ก็มีแนวโน้มจะมองภาพนั้นให้ชดเชย "แสงสว่าง" มากขึ้น เห็นภาพรองเท้าเป็นสีชมพูคาดขาว (หรือชุดเดรส เป็นสีขาว-ทอง)

ขณะที่การที่ภาพนี้มีสีเหลือบไปในทางฟ้าอมเขียวตั้งแต่แรก สมองของคนที่เซนซิทีฟกับภาพที่มีสีเหลือบ ก็จะพยายามชดเชย "สี" ให้มีการอมฟ้าน้อยลง ภาพที่จะได้ก็จะออกมาสีชมพูมากขึ้น

ลองดูจากภาพสุดท้ายก็ได้นะ ที่เป็นแถบสีน้ำเงินสลับกับสีอื่นๆ โดยด้านบนของภาพนั้น เรามักจะเห็นแถบสีน้ำเงินสว่างขึ้นกว่าปรกติ ขณะที่ด้านล่างของภาพนั้น เรามักจะเห็นแถบสีน้ำเงินเข้มขึ้นมืดขึ้น ทั้งที่ จริงๆ แล้ว แถบสีน้ำเงินนี้เป็นสีเดียวกันหมดทั้งภาพเลย


สาระน่ารู้แนะนำ
สินค้าแนะนำ

สมัครรับข่าวสารเรื่องสุขภาพจาก Healthy Dee